| |
 |
| |
หน้าอก
เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นผู้หญิง หน้าอกที่มีขนาดพอดีและได้รูปทรงจะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น
การเสริมขนาดเต้านมให้ใหญ่ขึ้น หรือการแก้ไขหน้าอกที่หย่อนยานให้เต่งตึงขึ้น
ซึ่งการทำศัลยกรรมหน้าอกจะแบ่งตามความต้องการได้ ดังนี้ |
|
| |
ฉีดไขมันหน้าอก
การนำไขมันมาฉีดหน้าอก เดิมนิยมทำกันมากในยุโรป
และอเมริกา เพราะเชื่อว่าไม่เกิดอันตราย เนื่องจากเป็นไขมันของคนไข้เอง
แต่มีข้อเสียคือ
- ต้องอาศัยความชำนาญในการทำต้องเตรียมไขมันที่ถูกวิธีและฆ่าเชื้อได้เต็มที่
- จะทำได้กับคนที่มีไขมันเพียงพอ
เช่นต้องอ้วนพอ เพราะสมมุติจะฉีดหน้าอกข้างละ 100
cc. ต้องใช้ไขมันถึง 300 - 400 cc. เพราะต้องนำไขมันมากรองและอัดให้แน่น
- หลังฉีดมักจะสลายตัวไป 50%
ใน 6 เดือน ถึง 1 ปี ประมาณ 1 - 2 ปี ก็จะสลายไปหมด
- ถ้าการเตรียมไม่สมบูรณ์อาจเกิดก้อนไขมันมาจับตัวกัน
ทำให้แยกไม่ออกว่าเป็นก้อนเนื้องอกหรือก้อนไขมันที่ฉีดเข้าไป
- คนที่เคยฉีดไขมันมาแล้วไม่แนะนำให้เสริมหน้าอก
แบบใช้ถุง Silicone เพราะจะทำให้เกิดอาการ แข็งตัวของเต้านมตามมา
ในกรณีของคุณหมอแนะนำให้ฉีด Gel ที่สามารถเอาออกได้
จำพวก Polymer แทนการเสริมหน้าอก
|
|
| |
|
|
| |
การเสริมหน้าอกขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
การเสริมขนาดเต้านมให้ใหญ่ขึ้นโดยการผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคน
เริ่มมีมาเกือบ 40 ปีแล้ว ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าซิลิโคนเมื่อใส่ในร่างกายจะไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
ถุงซิลิโคนสามารถอยู่ในคนเราได้ตลอดชีวิต ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน
เช่น ถุงซิลิโคนรั่วหรือเกิดผังผืดที่มากเกินไป ลักษณะของถุงซิลิโคนที่ใช้
มีความแตกต่างกันหลายแบบขึ้นกับลักษณะผิวของถุงซิลิโคน
หรือสารที่ใส่เข้าไป
1. ถุงซิลิโคน
ผิวหยาบ - ผิวเรียบ เชื่อกันว่าถุงซิลิโคนผิวหยาบจะเกิดผังผืดรอบถุงซิลิโคนน้อยกว่าถุงซิลิโคนผิวเรียบ
แต่ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่าดีกว่าอย่างแน่นอน
สารที่ใส่เข้าไปในถุงซิลิโคน
คือ ซิลิโคนเจล
เป็นซิลิโคนเหลวที่ใส่เข้าไปในถุงซิลิโคน
ข้อดีคือมีความนุ่มเหมือนเต้านมธรรมชาติ
ข้อเสียคือถ้าถุงซิลิโคนรั่วซิลิโคนเจลจะแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบ
ๆ ทำให้เกิดเต้านมแข็ง |
|
 |
2.
น้ำเกลือ
ใช้น้ำเกลือใส่เข้าไปในถุงซิลิโคน
ข้อดีคือถุงซิลิโคนรั่วจะไม่มีปัญหาเรื่องซิลิโคนเจลแทรกในเนื้อเยื่อ
ข้อเสียคือมีโอกาสรั่วได้มากกว่าใช้ซิลิโคนเจล |
|
| |
การผ่าตัดได้ทั้งวางยาสลบ หรือใช้ยานอนหลับร่วมกับการฉีดยาชาเฉพาะที่
ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 - 60 นาที แผลผ่าตัด จะมี
3 แบบ
- แผลที่รักแร้ ข้อดีคือแผลเป็นจะถูกซ่อนอยู่ในรักแร้
ข้อเสียคือทำได้ยากกว่าวิธีอื่น
- แผลที่รอบปานนม ข้อดีคือเป็นการผ่าตัดที่ง่าย
ข้อเสียคือจะมีแผลเป็นที่รอบปานนม
- แผลที่ฐานนม ข้อดีข้อเสียเหมือนกับแผลที่รอบฐานนม
|
|
| |
การดูแลหลังผ่าตัด
ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล 1
คืน แผลห้ามถูกน้ำ 7 วัน ตัดไหมหลังผ่าตัด 7 วัน และสามารถไปทำงานได้หลังผ่าตัด
3 - 5 วัน หลังจากไม่เจ็บบริเวณเต้านมแล้วจะทำการนวดเต้านมต่ออีกหลายเดือน
โดยผู้ป่วยจะทำการนวดด้วยตนเอง โดยแพทย์จะสอนให้ผู้ป่วยนวด
เพื่อป้องกันเต้านมแข็งจากผังผืดที่เกิดขึ้น
การแก้ไขหน้าอกใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง
ปัญหาเรื่องหน้าอกใหญ่สามารถแก้ไขให้เล็กลงได้
ซึ่งขึ้นอยู่ว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้น ศัลยแพทย์ต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าหน้าอกที่ใหญ่มากนั้น
ทำให้มีผลกระทบต่อร่างกายส่วนอื่นหรือไม่ เช่น ทำให้ปวดหลังหรือเปล่า
ถ้ามีปัญหาดังกล่าว แพทย์ก็จะแนะนำให้ทำการรักษา ซึ่งมีวิธีการรักษา
2 วิธี
- โดยการดูดไขมันรอบตัวหน้าอก ซึ่งจะช่วยให้ขนาดเล็กลงได้
แต่ก็ไม่มากนัก
- โดยการผ่าตัดจะได้ผลดีกว่า คือจะเล็กลงแน่นอนและได้ขนาดที่ต้องการ
หากแต่จะมีรอยแผลเป็นที่เป็นรอยเย็บจากการผ่าตัด
การแก้ไขหน้าอกที่หย่อนยานให้เต่งตึง
| เต้านมหย่อนเป็นภาวะที่เป็นธรรมชาติเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
โดยมีเหตุส่งเสริมที่ทำให้เต้านมหย่อน ได้แก่ น้ำหนักลด,
ตั้งครรภ์, ให้นมบุตร หรือวัยหมดประจำเดือน เต้านมหย่อนแบ่งได้เป็น
3 ระดับ เต้านมหย่อนสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้โดยการผ่าตัด
โดยการย้ายหัวนมให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น และยกเต้านมที่หย่อนให้สูงขึ้น
ในปัจจุบันการผ่าตัดทำได้หลายวิธี เช่น มีแผลรอบฐานนม
วิธีนี้จะมีรอยหยักของการเย็บรอบฐานนมในระยะแรก
ซึ่งจะดีขึ้นและหายไปในเวลา 3 - 6 เดือน |
|
 |
ข้อดีของวิธีนี้คือมีแผลเฉพาะรอบฐานนม และโอกาสเกิดแผลเป็นจะน้อยกว่า
มีแผลเป็นที่ด้านล่างของเต้านมเป็นรูปตัว T หัวกลับ
ข้อดีคือจะไม่มีรอยหยักรอบฐานนม แต่ข้อเสียคือมีแผลที่ยาวกว่าวิธีแรก
ในผู้ที่มีเต้านมหย่อนและขนาดของเต้านมเล็ก ต้องการที่จะเสริมเต้านมให้ใหญ่ขึ้นสามารถทำได้โดยใช้ถุงซิลิโคนเสริมขนาดให้ใหญ่ขึ้น
พร้อมกับการผ่าตัดแก้ไขเต้านมหย่อนในการผ่าตัดเดียวกัน
การผ่าตัดแก้ไขเต้านมหย่อนใช้เวลาในการผ่าตัด 2 - 3
ชั่วโมง โดยคนไข้ต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 1 วัน สามารถไปทำงานได้หลังผ่าตัดประมาณ
1 สัปดาห์ ข้อสำคัญหลังผ่าตัดต้องใส่เสื้อยกทรงทั้งกลางวันและกลางคืน
เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้เต้านมได้รูปทรงที่ดี |
|
|
| |
Top |
|
| |
|
|
 |
| |
|
|
ในปัจจุบันมีการนิยมทำตา
2 ชั้น กันมาก ทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าคนแก่
คนหนุ่ม คนสาว ก็นิยมทำกัน เข้าใจกันว่าเป็นการทำให้ใบหน้าและดวงตาดูสดใส
ในคนหนุ่มสาวจะรู้สึกถ้าเป็นตาชั้นเดียวหรือชั้นเล็ก
เมื่อทำเป็น 2 ชั้นหรือชั้นใหญ่ ชั้นจะทำให้ตาดูโตและดูสดใสขึ้น
กรณีที่เป็นคนสูงอายุหรือวัยกลางคนก็สามารถทำให้หนังตาที่ห้อยตก
ลดการห้อย ลดการตกลง ทำให้ม่านตาหรือลานสายตากว้างขึ้น
และแลดูสดใส เหมือนวัยรุ่นได้ ที่นิยมมากเพราะการทำจะใช้เวลาน้อย
ประมาณ 15 - 30 นาที อาการเจ็บก็น้อยลง และระยะเวลาในการหายของแผลก็ไม่เกิน
1 สัปดาห์ ทำให้คนที่ทำรู้สึกว่าง่าย หลังทำก็จะแลดูบวมเล็กน้อย
และสามารถล้างหน้าได้เลย |
ไปทำงานได้ตามปกติ จึงทำให้นิยมทำกัน โดยเฉพาะในหมู่นักแสดง,
ดารา ซึ่งต้องใช้หน้าตาในการทำงาน และต้องไม่มีแผลให้เห็น
และเมื่อทำเสร็จก็สามารถทำงานได้เลย |
|
| |
สำหรับเทคนิคในการทำแบ่งเป็นคร่าว ๆ ได้เป็น 2 แบบ คือ
แบบตัดและแบบเย็บ
แบบการตัด
ก็มีหลายแบบขึ้นกับความชำนาญของแพทย์ รูปร่างของตา และความต้องการของผู้ป่วย
แบบเย็บ
ก็มีการใช้แบบเย็บภายในและภายนอก เย็บร่วมกับ Laser
และแบบเย็บ 1 จุด ถึง 5 จุด แบบใช้ลูกปัด, ใช้สายยาง
และอื่น ๆ ขึ้นกับเทคนิคของแพทย์แต่ละท่าน ซึ่งท่านสามารถเลือกแบบต่าง
ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ได้
สำหรับวัยรุ่นบางคนที่กลัวความเจ็บจากการฉีดยาชาเฉพาะที่ก็อาจเลือกการใช้สติกเกอร์ติดที่ตาบน
แต่ในวัยกลางคนและวัยสูงอายุการใช้สติกเกอร์จะไม่ได้ผล
เมื่อคำนวณค่าติดสติกเกอร์กับค่าผ่าตัดแล้ว รู้ว่าไม่คุ้มก็เลือกการผ่าตัด
บางคนติดไม่เป็นจะรำคาญ หรือมีการแพ้สติกเกอร์ก็จะนิยมทำการผ่าตัดกัน
บางท่านทำเพราะเชื่อในหลักโหวงเฮ้ง ว่าถ้าตาโตจะทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคและกำจัดศัตรูที่มาในรูปแบบต่าง
ๆ เช่น คุณไสย, ผีสาง, หรือโรคร้ายต่าง ๆ ได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคนที่เชื่อในเรื่องโหวงเฮ้งก็มีมากพอควร
บางท่านเชื่อมาก บางคนมาเพราะเชื่อในซินแสที่แนะนำมา
บางคนศึกษาเอง บางคนมาเพราะการบอกเล่า
|
|
| |
การดูดไขมันใต้ตา
จะต้องทำจากเปลือกตาด้านใน
ข้อดี คือ ไม่มีแผลภายนอกให้เห็น
ข้อเสีย สามารถแก้ไขถุงใต้ตาได้อย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขรอยย่นนอกตาได้
เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหนังด้านนอกตึงไม่ย่นมาก |
|
 |
| |
|
|
การผ่าตัดถุงใต้ตา
จะต้องทำจากภายนอก
ข้อดี สามารถเก็บหนังที่หย่อนหรือรอยแตกลึกๆ ใต้ตาได้
ข้อเสีย ใช้เวลาในการรักษาแผลนานกว่าวิธีแรกและระยะ
1 เดือนแรก อาจเห็นแผลเป็นใต้ขอบตาได้ |
|
|
การดูแลหลังผ่าตัด / เย็บตา
ใน 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพื่อให้หนังตาเกิดอาการบวมหรือเขียวช้ำน้อยที่สุด
1. ไม่จำเป็นต้องนอนพัก สามารถลุกทำงานได้ตามปรกติ
2. ประคบความเย็นบริเวณตาบ่อย ๆ
หมายเหตุ
- กรณีผ่าตัดมีแผลเย็บภายนอก อย่าให้แผลถูกน้ำจนกว่าจะตัดไหม
- กรณีแผลภายนอกที่เกิดจากการดูดไขมันออก อย่าให้แผลถูกน้ำ
2 วัน
- ในสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด หนังตาจะยุบบวมเร็วมากและตา
2 ข้างอาจจะยุบไม่เท่ากันแต่จะค่อย ๆ ยุบเท่ากันและเข้าที่ภายใน
1 เดือนหลังผ่าตัด
|
|
| |
Top |
|
| |
|
|
 |
| |
หญิงชายในยุคปัจจุบันมีการดูแลทรวดทรงของตนเองมาก
โดยเฉพาะสะโพกที่ผายและงอนเป็นสุดยอดปรารถนาของชาย,หญิงทั้งหลาย
หลายคนไม่รู้สึกผิดปกติแต่บางคนมีความรู้สึกเกี่ยวกับทรวดทรงบริเวณนี้มาก
บ้างก็ใส่กางเกงไม่สวย บ้างก็ว่าโหวงเฮ้งไม่ดี บางท่านโดยเฉพาะคุณผู้หญิง
เชื่อว่าสะโพกผายและงอนทำให้ทรัพย์สินและครอบครัวดี
แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท่าน ทางการแพทย์ก็มีทางออกให้กับท่านเหล่านี้โดนการเสริมสะโพก |
|
ที่พบบ่อยคือเสริมด้านข้างที่ตอบหรือเสริมด้านหลังให้งอน
ในการเสริมนั้นจะทำได้ 2 วิธีคือ เสริมโดยการใช้สารฉีดให้เพิ่มขึ้น
และเสริมโดยการผ่าตัด
เสริมโดยการใช้สารฉีดให้เพิ่มขึ้น
อาจจะใช้ไขมันของตัวเองหรือใช้สารพวก
Soft Tissue Augmented Collagen หรือพวกสารสังเคราะห์กลุ่ม
Polymer
เสริมโดยการผ่าตัด
ซึ่งวิธีนี้ต้องมีแผลยาวประมาณ
4 เซนติเมตร บริเวณร่องก้นหรือตรงกลางบริเวณกระดูกสันหลัง
การผ่าตัดก็มีสิ่งที่ควรระวังเช่น การอักเสบ , หลังผ่าตัดจะให้นอนคว่ำอย่างน้อย
3 วัน และนอนบนหมอนนุ่ม ๆ 7 - 10 วัน |
|
การเตรียมสภาพร่างกายก่อนทำการเสริมสะโพก
ขั้นแรกสภาพร่างกายจะต้องปกติ
ต้องพยายามออกกำลังกายกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก เช่นเล่นเทนนิส
ถ้าทำแล้วสะโพกยังไม่ใหญ่ขึ้น จึงจะพิจารณาเสริมสะโพก
ส่วนสารที่ใช้เสริมจะทำจาก Silicone แข็ง ไม่นิยมใช้ถุง
เพราะอาจแตกเวลากระแทกหรือนั่งแรง ๆ ได้ ในการเสริมนั้นจะใส่
Silicone แผ่นไว้ที่ชั้นระหว่างกล้ามเนื้อและ Fascia
เมื่อหลังผ่าตัดห้ามนอนทับแผลประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ให้นั่งหรือนอนบนหมอนนุ่ม
ๆ 1 สัปดาห์ เมื่อหลังผ่าตัดอาจมีอาการชาบริเวณที่ผ่าตัดได้
|
|
|
| |
Top |
|
| |
|
|